"โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์"
กรมราชทัณฑ์ ได้มีนโยบายการถวายงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการพระราชทาน และนโยบายในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อส่งต่อผู้ก้าวพลาดให้สามารถกลับคืนสู่สังคมโดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำและเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขัง โดยการพัฒนาในด้านการฝึกวิชาชีพ เพื่อให้มีความรู้และทักษะรวมถึงเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ภายหลังพ้นโทษ
ทั้งนี้ เรือนจำชั่วคราวบ้านยู้ สังกัดเรือนจำจังหวัดลำพูน ได้ขับเคลื่อนโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว "โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์" (เรือนจำตัวอย่างความสำเร็จ) โดยยึดหลักกสิกรรมธรรมชาติและทฤษฎีแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มีองค์ประกอบครบถ้วนตามหลักการ "โคก หนอง นา โมเดล" เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องขัง เป็นแนวทางประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวภายหลังพ้นโทษ จึงได้มีการจัดทำโครงการฝึกทักษะวิชาชีพการปลูกเมล่อนในโรงเรือนให้เป็นแนวทางเลือกของอาชีพในอนาคต
อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจอุดหนุนและสนับสนุนเมล่อนสายพันธุ์ แคท 697 และสายพันธุ์บริ้นเซส ของเรือนจำชั่วคราวบ้านยู้ สังกัดเรือนจำจังหวัดลำพูน สามารถติดต่อสั่งซื้อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายสรายุทธ มหาไม้ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง (ผอ.ไม้) โทร.080-0719574, 065-2911068 หรือ นายณัฐพงษ์ วงศ์คำจันทร์ (หัวหน้าเดี่ยว) 061-6846424
สอดคล้องกับประเด็นแนวทางการพัฒนาที่ 3 เมืองแห่งเกษตรสุขภาพและเกษตรนวัตกรรมสร้างสรรค์ แนวทางที่ 3.3 เกษตรมูลค่าสูง พัฒนาและส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มจากเกษตรชีวภาพ สนับสนุนการประโยชน์จากการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพ การผลิต การแปรรูป และการพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์จากฐานเกษตรกรรม และฐานทรัพยากรชีวภาพ ส่งเสริมการพัฒนาเกษตรพื้นที่สูงส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรให้เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน เพื่อต่อยอดในเชิงเศรษฐกิจโดยเชื่อมโยง/สร้างเครือข่ายไปยังภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และบริการ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากเกษตรชีวภาพ ประโยชน์และสรรพคุณของสมุนไพรไทย ตลอดจนขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะต้องได้รับการสนับสนุนด้านแหล่งทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการพัฒนาองค์ความรู้ของบุคลากรทั้งระบบควบคู่กัน.
#PRLAMPHUN
#ลำพูนไม่ลำพังรวมพลังเพื่อลำพูน