ผู้ว่าฯ ลำพูน ให้การต้อนรับ นักวิจัยเชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการหารือเกี่ยวกับโครงการพัฒนาต้นแบบบริหารจัดการน้ำชุมชน รับมือภัยแล้ง–น้ำท่วมในอำเภอลี้

ผู้ว่าฯ ลำพูน ให้การต้อนรับ นักวิจัยเชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการหารือเกี่ยวกับโครงการพัฒนาต้นแบบบริหารจัดการน้ำชุมชน รับมือภัยแล้ง–น้ำท่วมในอำเภอลี้

 

🌊🌱วันนี้ (วันอังคารที่ 8 กันยายน 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับและหารือกับ ดร.กรด เหล็กสมบูรณ์ นักวิจัยเชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการหารือโครงการวิจัย "การพัฒนาต้นแบบบริหารจัดการน้ำชุมชน โดยใช้เทคโนโลยีและกระบวนการมีส่วนร่วมทางสังคมเพื่อยกระดับความมั่นคงด้านน้ำในอำเภอลี้" โดยมี นายธนา นวลปลอด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูล สำนักงานจังหวัดลำพูน ร่วมหารือในครั้งนี้ 

 

🌊🌱โครงการพัฒนาต้นแบบบริหารจัดการน้ำชุมชนโดยใช้เทคโนโลยีและกระบวนการมีส่วนร่วมทางสังคม มีวัตถุประสงค์การดำเนินการเพื่อยกระดับความมั่นคงด้านน้ำในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. มีระยะเวลาดำเนินงาน 12 เดือน ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2569 – มิถุนายน 2570 ครอบคลุมพื้นที่ตำบลก้อ และตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

 

🌊🌱นอกจากนั้น ยังมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำชุมชนให้สามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างเป็นระบบ โดยพัฒนาฐานข้อมูลน้ำชุมชนแบบ Real-time แผนที่ความเสี่ยงและโครงสร้าผังน้ำระดับตำบล หรือ Water GIS One Map พัฒนาระบบกักเก็บ ชะลอน้ำ และระบายน้ำที่เหมาะสม รวมถึงระบบบริหารจัดการน้ำชุมชนและคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ด้วย

 

🌊🌱สำหรับพื้นที่เป้าหมาย เบื้องต้นมีชุมชนในพื้นที่วิจัย จำนวน 10 หมู่บ้าน และประชาชนประมาณ 1,500 ครัวเรือน โดยตั้งเป้าหมายให้พื้นที่ตำบลก้อและตำบลดงดำสามารถลดปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ประชาชนไม่ต้องเผชิญความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว และสามารถลดค่าใช้จ่ายจากปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้ไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี

 

🌊🌱ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ อาทิ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคเอกชน ชุมชน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร รวมประมาณ 50 คน เพื่อร่วมกันจัดทำแผนน้ำระดับตำบล วางกติกาการแบ่งปันน้ำ พัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือน ตลอดจนประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT และพลังงานแสงอาทิตย์ในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การสร้างต้นแบบการบริหารจัดการน้ำชุมชนที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ต่อไป


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar