โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน มอบแว่นตาให้แก่ผู้สูงวัย

โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน มอบแว่นตาให้แก่ผู้สูงวัย เพื่อสนองพระราชประสงค์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยสุขภาวะด้านสายตาของผู้สูงวัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง
     วันพุธที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่หอประชุมโรงเรียนทุ่งหัวช้างพิทยาคม ตำบลทุ่งหัวช้าง อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน  นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน  เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ "แว่นตาผู้สูงอายุในสมเด็จพระเทพรัตนฯ" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569  โดยมีนายศราวุธ มูลโพธิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  นางสาวปริยา อังสุวร กรรมการอำนวยการและเหรัญญิกมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย  นายบุญส่ง ไตรภูธร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ห้างแว่นท็อปเจริญ  นางวรรณกร สมชัย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ  นายอำเภอทุ่งหัวช้าง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
     รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  กล่าวว่า กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ปัญหาสุขภาพเป็นปัญหาหนึ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะปัญหาด้านสายตา ที่ผู้ประสบปัญหาไม่สามารถเข้ารับการตรวจสายตา หรือตัดแว่นตาได้ เนื่องจากประสบปัญหาค่าใช้จ่ายในครอบครัว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตระหนักถึงปัญหาของโรคตา และค่าใช้จ่ายในการรักษาอันจะเป็นอุปสรรคการดูแลสุขภาพด้านสายตาที่ส่งผลกระทบ ต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงวัย ดังนั้น มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย จึงได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับห้างแว่นท็อปเจริญให้บริการตรวจวัดสายตาประกอบแว่นให้ผู้สูงวัยที่อยู่ในสภาวะยากลำบากที่ประสบปัญหาด้านสายตา ได้รับแว่นตาที่ตรงกับค่าสายตาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข
     สำหรับ รายละเอียดการบูรณาการความร่วมมือในโครงการ "แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ" ประจำปึงบประมาณ 2569 โดยสรุปดังนี้
     - หัวใจสำคัญและการบูรณาการ : โครงการนี้เป็นการรวมพลังระหว่าง ภาครัฐ ภาคสังคม และภาคธุรกิจ โดยมีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ทำงานร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และห้างแว่นท็อปเจริญ เพื่อสนองพระราชประสงค์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยสุขภาวะด้านสายตาของผู้สูงวัยในถิ่นทุรกันดาร
     - บทบาทหลักของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยกองพัฒนาสังคม กลุ่มเป้าหมายพิเศษ และหน่วยงานในพื้นพื้นที่ (เช่น ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง/นิคมสร้างตนเอง) ทำหน้าที่เป็น "กลไกกลาง" ในการคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย เลือกหาผู้สูงวัยอายุ 45 ปีขึ้นไป ที่ประสบปัญหาความยากลำบากและมีปัญหาด้านสายตาอย่างแท้จริง รวมถึงการประสานพื้นที่ในการจัดเตรียมสถานที่ และการเดินทาง เพื่อให้ผู้สูงวัยเข้าถึงบริการได้สะดวกที่สุด และการต่อยอดสวัสดิการ ไม่เพียงแค่ให้แว่นตา แต่เรายังเชื่อมโยงสวัสดิการสังคมอื่น ๆ ของกระทรวง พม. ให้แก่ครอบครัวผู้สูงวัยที่เข้าร่วมโครงการด้วย
     ทั้งนี้ ผลดำเนินการที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง คือตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2552 จนถึงปีปัจจุบัน นับเป็นปีที่ 16 ของโครงการฯ ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือมอบแว่นตาแก่ผู้สูงวัยทั้งสิ้น 79,011 คน และหากคิดเฉพาะจังหวัดลำพูน มีจำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว รวมทั้งสิ้น 1,200 ราย และสำหรับการดำเนินงานในวันนี้ เราได้ขยายความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ผู้สูงวัยในอำเภอทุ่งหัวช้าง อีกจำนวน 400 ราย ส่งผลให้ยอดรวมของผู้สูงวัยในจังหวัดลำพูนที่ได้รับโอกาสในการมองเห็นโลกใบเดิมด้วยความชัดเจนอีกครั้ง มีจำนวนสะสม รวมทั้งสิ้น 1,00 ราย
     ในปี 2569 การดำเนินโครงการแว่นตาผู้สูงวัยใน สมเด็จพระเทพรัตนฯ กำหนดพื้นที่เป้าหมายรวม 12 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครนายก พะเยา ปราจีนบุรี ปทุมธานี อุทัยธานี ลำพูน ลำปาง ขอนแก่น อุดรธานี ตรัง และประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมผู้สูงวัยที่จะได้รับบริการตรวจวัดสายตาและรับแว่นตา รวมทั้งสิ้น 4,800 ราย
     การมอบแว่นตาในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแต่เป็นการแก้ไขปัญหาทางกายภาพด้วยการ "คืนการมองเห็น" ให้ผู้สูงวัยสามารถกลับมาช่วยเหลือตนเองได้ ประกอบอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยไม่เป็นภาระต่อบุตรหลาน เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้สูงวัยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระต่อสังคม และที่สำคัญ คือ การสร้างจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา.

ภาพ/เรียบเรียงข่าว : นายอานนท์ บุญมาตุ้ย นักประชาสัมพันธ์
บรรณาธิการ : นางสาวฐานิตา แจ้งชัด  ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar