ผู้ว่าฯ ลำพูน ร่วมประชุมติดตามปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กับปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำ ให้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
วันนี้ (วันพุธที่ 1 เมษายน 2569) เวลา 15.30 น. ณ ห้องประชุมปฏิบัติการ POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมฯ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องปฏิบัติการศูนย์บัญชาการฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ปลัดกระทรวงมหาดไทย เผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ติดตามสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบูรณาการร่วมกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งตนในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ลงนามโทรสารสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดำเนิน 4 มาตรการเข้มข้นในการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามและรายงานผลไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อร่วมกับหน่วยงานด้านวิชาการตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในขณะนี้ สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนถึงจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่พบจุดความร้อน (Hotspot) มากกว่า 200 จุด รองลงมา คือ จังหวัดตาก ในขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ ณ เวลานี้ จำนวนจุดความร้อนลดลงเหลือ 100 จุด แต่อย่างไรก็ตาม "เราต้องหาสาเหตุของปัญหา ด้วยการหาจุดความร้อน (Hotspot) และปฏิบัติการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ควบคู่การสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง" ซึ่งตอนนี้จุดที่เกิดเพลิงไหม้อยู่ในที่สูง เราจึงต้องระดมวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมด ทั้งในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนราชการต่าง ๆ และของเหล่าทัพ โดยในขณะนี้ท่านเสนาธิการทหารบกได้ประสานมายังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติในการปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่สูง นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จะต้องเป็นผู้นำ และกำชับปลัดอำเภอประจำตำบลในการสร้างความรับรู้เข้าใจกับประชาชนรวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความร่วมมือในการช่วยกันยุติปัญหาไฟป่าและหมอกควัน และในส่วนของผู้ที่ยังฝ่าฝืนกฎหมายไม่ปฏิบัติตามประกาศหรือข้อบังคับต่าง ๆ หรือปล่อยปละละเลย ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น ขณะเดียวกันเมื่อเราแก้ไขปัญหาภายในพื้นที่ของเราได้แล้ว หากยังมีสถานการณ์จากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใช้กลไกการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการยุติปัญหาต่อไป และในระยะต่อไป จะต้องนำหลักวิชาการตามมาตรการบริหารจัดการพลังงานด้วยการชิงเผา (early burning) หรือการเผาแบบควบคุม (prescribed burning) ด้วยการวางแผนจัดการควบคุมไฟในระดับชุมชนซึ่งจะสามารถลดปริมาณเชื้อเพลิงชีวมวล และลดความรุนแรงของสถานการณ์
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน ตาก ลำปาง เพชรบูรณ์ พะเยา และนายอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ ซึ่งประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้รายงานสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
"ในช่วงเวลานี้ ยังคงเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้ดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย และงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะเดียวกันให้จัดชุดบูรณาการปฏิบัติการลงพื้นที่แก้ไขสถานการณ์ และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้อากาศยาน KA-32 ในการควบคุมไฟป่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเหล่าทัพ ในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้หากการดำเนินการเกินกว่ากำลังของจังหวัด ขอให้เร่งประสานมายังส่วนกลาง เพื่อผู้บริหารระดับสูงนำเสนอต่อผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนภารกิจเพื่อให้การช่วยเหลือและดูแลประชาชนเป็นไปอย่างคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด"
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า หากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอพบว่า สถานการณ์ที่ดีขึ้น ขอให้ได้แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้รับทราบว่า สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว และภาครัฐได้เร่งดำเนินการทุกมาตรการเพื่อให้สถานการณ์กลับมาเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว แต่ทว่าหากสถานการณ์ได้รับผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้าน เราก็ได้มีการพูดคุยสื่อสารกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อนบ้านในการร่วมแก้ไขปัญหา เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ ระบบ Cell Broadcast ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือได้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วง 2-3 วันนี้
//////////////////
ภาพ/ข่าว : นางสาวสุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม นักประชาสัมพันธ์
บรรณาธิการ : นางสาวฐานิตา แจ้งชัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน
ผู้ช่วยบรรณาธิการ : นางสาวกนกรัตน์ ปัญญา นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
https://lamphun.prd.go.th/th/page/item/index/id/12
#จังหวัดลำพูน
#PRLAMPHUN
#ลำพูนไม่ลำพังรวมพลังเพื่อลำพูน