ผู้ว่าฯ ลำพูน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน "เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2569 ครั้งที่ 44" นำผู้ประกอบการในจังหวัดลำพูน ร่วมออกร้าน จำนวน 4 ร้าน พร้อมชวนเที่ยวไทยให้สุด สัมผัสเสน่ห์ไทยทั่วประเทศ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม.

เย็นนี้ (25 มีนาคม 2569 ) ณ เวทีกลาง ฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน "เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2569 ครั้งที่ 44" โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานในพิธี งานจัดระหว่างวันที่ 25-29 มีนาคม 2569 ณ Hall 1–4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร สำหรับจังหวัดลำพูน งานดังกล่าวมีผู้ประกอบการร่วมออกร้าน จำนวน 4 ร้าน ได้แก่ โซนร้านกาแฟและเบเกอรี่ 1. ร้านอาบู โอลด์ ทาวน์ จ.ลำพูน โซนช้อปปิ้ง OTOP& CRAFT 2. ชุมชนบ้านธิ จ.ลำพูน 3. ศูนย์หัตถกรรมพระบาทห้วยต้ม จ.ลำพูน และ 4. ร้านชายชล จ.ลำพูน

 

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ ททท. ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ครั้งที่ 44 ในปีนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการ “พลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่” ภายใต้แนวคิด “The New Thailand” ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์เชิงคุณค่าอย่างแท้จริง ซึ่งในปีนี้การจัดงานยังมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ผ่านกลยุทธ์ 5 Must Do in Thailand เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของทั้ง 5 ภูมิภาคอย่างรอบด้าน พร้อมยึดแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพ เพื่อให้คนไทยได้เที่ยวเมืองไทยด้วยความประทับใจ ไปกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และการต้อนรับด้วยวิถีชีวิตและจิตใจที่ดีงามของคนไทยด้วยกัน ตลอดจนสร้างคุณค่าการท่องเที่ยวภายในประเทศ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทุกคน

 

ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งมั่นเต็มที่ในการผลักดันรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวให้เติบโตตามเป้าหมาย สร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตและก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและยั่งยืน โดยเทศกาลเที่ยวเมืองไทยจะเป็นกิจกรรมการตลาดที่ยกความมหัศจรรย์ของประเทศไทยมาไว้ในที่เดียว ผ่านการนำเสนอภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปี จากการสร้างรับรู้ความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมฯ 

 

ททท. จัดเต็มให้ทุกคนเปิดโหมดเที่ยวให้สุข เที่ยวให้สุด ผ่าน 9 โซนกิจกรรมประกอบด้วย โซนที่ 1 สุขทันที ที่เที่ยวภาคตะวันออก เสนอความสดใสและความสนุกสนานของทุกเฉดสีของ 9 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ “สีสันสวรรค์นักกิน” “สีสันสวรรค์ทะเลตะวันออก” “สีสันสวรรค์นักช้อป” และ “สีสันสวรรค์นักผจญภัย” ภายใต้แนวคิด “สีสันตะวันออก” โดดเด่นด้วยแลนด์มาร์กสำคัญอย่างอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จังหวัดจันทบุรี พร้อมยกทัพอาหารทะเลและอาหารถิ่น กว่า 50 ร้าน มาให้ลิ้มลอง

 

โซนที่ 2 สุขทันที ที่เที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชวนดื่มด่ำกับเสน่ห์อีสานผ่าน 5 Senses (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) ได้แก่ ชมแหล่งท่องเที่ยววิวสวยบรรยากาศแบบโลคัล (Sight) ลิ้มลองเมนูเด็ดประจำถิ่น (Taste) ดื่มด่ำกลิ่นอายมนต์เสน่ห์พื้นถิ่น (Smell) ฟังเสียงดนตรีอัตลักษณ์อีสาน (Hearing) สัมผัสกับกิจกรรมประเพณีและไอเท็มอาร์ต ๆ (Touch) ภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวอีสาน” ยก“เทียนพรรษา” สัญลักษณ์ของ Signature Thailand ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี มาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ พร้อมเติมเสบียงความแซ่บกับโซน “หม่องแซ่บหลาย” ร้านเด็ดกว่า 36 ร้าน และเปิดเวทีความม่วนกับการแสดงดนตรีพื้นบ้านและหมอลำแบบจัดเต็ม

 

โซนที่ 3 สุขทันที ที่เที่ยวภาคใต้ : ถ่ายทอดความงดงามและความมหัศจรรย์ของท้องทะเลภาคใต้ ผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรม วิถีชีวิต และความเชื่อของชาวปักษ์ใต้ทั้ง 14 จังหวัด ภายใต้แนวคิด “GO SOUTH แลต่ะเสน่ห์ใต้” จัดเต็มแลนด์มาร์กสุดตื่นตาตื่นใจในรูปแบบ Immersive Experience พร้อมมุม Film Location จากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ถ้ำโต๊ะหลวง จังหวัดกระบี่ และตึก Standard Chartered จังหวัดภูเก็ต

 

โซนที่ 4 สุขทันที ที่เที่ยวภาคกลาง : เปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือนกับคอนเซปต์ อู่ข้าว อู่น้ำ...ผ้าทอราชธานี วิถีภาคกลาง : Harmony of Heritage and Charm ถ่ายทอดเรื่องราวของศูนย์กลางอารยธรรมไทย ผ่านแลนด์มาร์กบ้านทรงไทยร่วมสมัย และลานโอ่งราชบุรี พร้อมซุ้มทางเข้าลานบุปผาราชินี และ ลานภูษาพัสตรา นำเสนอเรื่องราวผ้าไทยอันทรงคุณค่า และที่พลาดไม่ได้กับการนำเสนอความโดดเด่นของ 3 เมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (Creative City of Design) เพชรบุรี (City of Gastronomy) และสุพรรณบุรี (Creative City of Music)

 

โซนที่ 5 สุขทันที ที่เที่ยวภาคเหนือ : ส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวภาคเหนือในแต่ละฤดูกาลภายใต้แนวคิด “SEASON OF NORTH 2026 สุขทันที...ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี (Year Round Destination) ในรูปแบบ “Contemporary Lanna” ยกแลนด์มาร์กเมืองน่าน เมืองสร้างสรรค์ด้านงานหัตถศิลป์ของยูเนสโก กับอัตลักษณ์สุดคลาสสิกของภาพจิตรกรรมปู่ม่านย่าม่าน ผ้าทอลายน้ำไหล และ หัวโอ้เรือ สัญลักษณ์ประเพณีแข่งเรือสำคัญของเมืองน่าน

 

โซนที่ 6 Amazing Thailand : เชิญ Feel all the Feelings สัมผัสทุกความรู้สึกของการท่องเที่ยวไทย ผ่านนิทรรศการจุดถ่ายภาพ กิจกรรมเวิร์กช้อป พร้อมพบความสนุกยังต่อเนื่องกับ Fan Meet ที่ขนทัพศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาใกล้ชิดกับแฟน ๆ ไม่ว่าจะเป็น PERSES, จุ๊มเหม่ง (Japan and Friends), DICE, มาย–อาโป และ POLCASAN (โพก้าซัง) รวมทั้งยกระดับการท่องเที่ยวไทยด้วยเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวสุดล้ำ 

 

โซนที่ 7 Road to sustainability : Travel With Care : สัมผัสโลกเสมือนจริงของแหล่งท่องเที่ยวและเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดต่าง ๆ ในประเทศไทยภายใน Immersive Room พร้อมไฮไลต์ “เต่าตนุ” ประติมากรรมจากสิ่งของเหลือใช้ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านโครงการในพระราชดำริ “ป่ารักน้ำ” และ “อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล (เกาะมันใน)” 

 

โซนที่ 8 โซนหน่วยงานพันธมิตรและโซนผู้ประกอบการท่องเที่ยวภายในประเทศ : พบกับเครือข่ายพันธมิตรและผู้ประกอบการท่องเที่ยวชั้นนำจากทั่วประเทศที่จะทำให้การเดินทางครั้งต่อไปพิเศษกว่าที่เคย

 

โซนที่ 9 เวทีกลาง : เตรียมตื่นตาตื่นใจกับสีสันและความบันเทิง ทั้งการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง อาทิ อาทิ KT Kratae, ลำไย ไหทองคำ, ไรอัล กาจบัณฑิต, ATLAS, กลัฟ คณาวุฒิ, Fellow Fellow, Paradox, Nuvo, No One Else, อะตอม ชนกันต์ รวมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การแสดงร่วมสมัย การเดินแบบแฟชั่นโชว์ ตลอดจนกิจกรรมเล่นเกมแจกของรางวัลตลอด 5 วันของการจัดงาน

 

นอกจากนี้ ททท. ยังคงสานต่อความตั้งใจในการสร้างความยั่งยืนภายใต้เป้าหมาย “Zero Waste to Landfills” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยจัดบริการจุดคัดแยกขยะ จำนวน 14 จุดทั่วพื้นที่จัดงาน พร้อมขอความร่วมมือร้านค้าและผู้ประกอบการจัดการขยะแบบครบวงจร เพื่อมุ่งลดปริมาณขยะให้ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา

 

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2569 ครั้งที่ 44” ระหว่างวันที่ 25–29 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เข้าร่วมงานฟรี โดยสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, เดินทางโดยรถแท็กซี่ ณ จุดบริการ รับ - ส่ง ชั้น G บริเวณฝั่งทะเลสาบ, รถประจำทาง สาย 136 ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

ข่าว กนกรัตน์ ปัญญา


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar